ฟันห่าง สร้างปัญหามากกว่าที่คิด

ปัญหาการเรียงตัวของฟันที่ไม่สวยอย่าง “ฟันซ้อน” ก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมาอีก เช่น ฟันผุในจุดที่มองเห็นยาก หรือฟันผุลึกถึงรากฟันที่ต้องทำการรักษารากก่อนการครอบฟันต่อไป ปัญหา “ฟันห่าง” ที่ส่งผลต่อการบดเคี้ยวอาหารได้ยุ่งยาก และไม่ละเอียด หรือมีเศษอาหารตกค้างและสะสมจนเป็นเหตุให้เกิดฟันผุ รวมถึงปัญหาที่ตามมาจากฟันมีช่องว่างระหว่างกันเกินไป คือ ขนาดของฟันที่ห่างกันมีขนาดแตกต่าง หรือฟันที่เตรียมจะขึ้นไม่สามารถโผล่พ้นเหงือกได้ หรือเนื้อยึดริมฝีปากใหญ่กว่าปกติ และอาการฟันห่างยังเป็นต้นเหตุของฟันยื่นฟันเหยิน ทำให้เสียความมั่นใจมาก ๆ เลย

บุคคลที่ฟันห่างกันมากจนเห็นอย่างชัดเจนควรปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับอาการต่อไป หากปล่อยทิ้งไว้ จะทำให้เกิดอาการผิดปกติในช่องปากตามมา ซึ่งวิธีหนทางในการรักษานั้น มีดังนี้

- เก็บช่องฟันห่างเอาไว้

- รักษาด้วยการศัลยกรรมช่องปากอย่างการจัดฟัน ซึ่งทันตแพทย์จะดึงให้ช่องว่างขยับมาชิดกัน

- ใช้สารเคลือบผิวฟัน “พอร์ซเลน” โดยสร้างพอร์ซเลนบางส่วนมาผูกติดกับฟันด้านนอก

- รักษาด้วยการทำครอบฟัน, สะพานฟัน หรือการแทนที่ฟันด้วยรากเทียม (วิธีนี้เหมาะกับผู้ใหญ่เท่านั้น)

- หากมีอาการเนื้อยึดริมฝีปากใหญ่กว่าปกติ ควรได้รับคำปรึกษาจากทันตแพทย์สาขา ทันตกรรมปริทันต์ หรือรับการผ่าตัดศัลยกรรมที่เรียกว่า “การตัดเนื้อยึด”

ทันตแพทย์ส่วนใหญ่เลือกให้ “การจัดฟัน” เป็นวิธีรักษาอันดับแรก เพราะการจัดฟันช่วยดึงแนวฟันให้ปิดช่องว่างและเรียงตัวสวยขึ้น เทียบค่าใช้จ่ายกับการทำรากเทียมสำหรับผู้ใหญ่ก็มีราคาถูกกว่า การจัดฟันมีข้อดีที่ช่วยลดปัญหาฟันซ้อน หรือฟันเก เป็นประโยชน์หลายต่อที่ได้จากการจัดฟัน หากวิธีการรักษาด้วยการจัดฟันนั้นได้ผลลัพธ์ไม่เป็นที่พอใจของคนไข้ ทันตแพทย์จะแนะนำวิธีอื่น ๆ เพื่อช่วยกระชับพื้นที่ให้ฟันชิดกันมากที่สุด

tooth.png

การรักษาระยะฟันที่เคยห่างของคนไข้แต่ละรายจะแตกต่างกัน ดังนั้นควรขอคำปรึกษาจากทันตแพทย์ก่อนการตัดสินใจรักษาต่อไป


Featured Posts